5 ข้อผิดพลาดกับเรื่องง่ายๆ

5 ข้อผิดพลาดกับเรื่องง่ายๆ ในการสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นงานพิเศษชั่วคราว งาน Part-Time และงานประจำ หลายคนอาจสงสัยว่า… สมัครงานไปหลายที่แล้ว ทำไมเขาไม่เรียกเราสะที เคยสงสัยประเด็นนี้ไหมครับ? เรื่องง่ายๆ ที่เราอาจพลาดโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบัณฑิตจบใหม่ ไฟแรงเป็นพิเศษ มีความสดและมีความเป็นตนเองสูง มักพลาดระหว่างการ สมัครงาน ผู้เขียนจะมาแนะนำว่าเราควรทำอย่างไร? เพื่อให้ได้งานในฝันของคุณ

5 ข้อผิดพลาดกับเรื่องง่ายๆ ในการสมัครงาน และสัมภาษณ์งาน

อย่าสนใจเพียงชื่อตำแหน่ง มากกว่าชื่อบริษัท
ในการทำงานแต่ละที่เราควรมองกันยาวๆ ต่อไปอีก 5 ปีข้างหน้า ว่าเราจะอยู่ตรงจุดไหนของตำแหน่งงานในบริษัท มีความก้าวในหน้าที่การงานมากแค่ไหน เพราะบริษัทที่ดีจะมองเห็นพรสวรรค์และความมุ่งมั่นที่จะก้าวหน้าของคุณ แล้วจะสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับคุณเอง มองหาบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน และพร้อมที่จะลงทุนพัฒนาบุคลากร แล้วงานดีๆ จะตามมาเอง

อย่าให้ความสำคัญกับทักษะความเป็นผู้นำจนเกินไป
แน่นอนละบัณฑิตที่เพิ่งจบใหม่ยอมไฟแรงเสมอ ร้อนวิชา และมีความเป็นผู้นำสูง แต่หารู้ไม่ว่าในบางครั้งความเป็นผู้นำของเรานั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเรา แต่…ไม่ใช้ว่าการเป็นผู้นำ กล้าแสดงออกนั้นเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ เป็นสิ่งที่ดี และดีมากด้วย แต่ควรให้อยู่ในขอบเขตความพอดี ตัวบริษัทเองก็ต้องการจ้างงานพนักงานที่ฉลาด และมีทักษะความเป็นผู้นำ แต่คุณก็ต้องแสดงให้นายจ้างเห็นว่า คุณสามารถทำงานเป็นทีมได้ด้วยเช่นกัน ลองเปลี่ยนเป็นพูดถึงผลงานที่ทำกันเป็นกลุ่ม แล้วคุณมีส่วนร่วมช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้อย่างไร

อย่าเอาแต่พูดว่าคุณเจ๋ง
หลีกเลี่ยงการพูดจาโออวดสรรพคุณว่าคุณ เก่ง คุณเจ๋งที่สุด แม้ว่าคุณจะมีความสามารถที่ล้นเหลือก็ตาม เพราะการเขียนในสมัครงานว่า “ผม / ดิฉันมีความเชื่อมั่นว่าตนเองมีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ที่สุด” มันอาจดูดี แต่เชื่อเถือมันเป็นการผูกมัดและเพื่มความกดดันให้คุณมากกว่า ประโยคนี้ไม่ได้ช่วยให้คุณได้งาน เพราะการบอกนายจ้างว่าคุณเจ๋ง คุณเก่งแค่ไหน? มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย สิ่งที่ดีที่สุดคือ “คุณต้องแสดงให้เห็นต่างหากว่าคุณทำอะไรได้บ้าง” ง่ายๆ อาจลองเปลี่ยนประโยคเป็น “ผม / ดิฉัน เข้าใจว่าทางบริษัทกำลังมองหาผู้ที่สามารถ… ซึ่งตัว ผม / ดิฉันเองมีความสามารถ…”

อย่าสนใจแต่เรื่องของตัวเอง
เมื่อคุณนั่งสัมภาษณ์กับผู้จัดการฝ่ายสัมภาษณ์งาน “อย่าเอาแต่พูดแต่เรื่องของตนเอง” ควรทำการบ้านเกี่ยวกับประวัติ และความเป็นมาของบริษัทที่เราไปสมัครสักนิด พูดให้เขาคิดว่าอยากรับเราเข้าทำงานเพราะอะไร? เพราะเป้าหมายของนายจ้างไม่ใช่การทำให้คุณประสบความสำเร็จตามความฝันของคุณ ให้ลองเชื่อมโยงตนเองเข้ากับบริษัทว่า ถ้ารับคุณเข้าทำงาน บริษัทจะได้อะไร? และทำไมต้องรับ?

อย่ากังวลกับเรื่องเงินเดือน และสวัสดิการมากเกินไป
ข้อผิดพลาดการสมัครงานของบัณฑิตจบใหม่ คือ สนใจกับเรื่องเงินเดือน หรือผลตอบแทนที่ตนเองได้รับมากไป จนผู้สัมภาษณ์งานมองออกว่าคุณเข้ามาทำงานเพราะหวังเงินเดือนสูงๆ ผู้สัมภาษณ์คงไม่อยากได้พนักงานที่เห็นแก่ผลประโยชน์อย่างเดียวแน่นอน จริงอยู่ว่าคุณอาจมีความสามารถมากน่าจะได้รับเงินเดือนเท่านี้ การเรียกเงินเดือนสูงมันเป็นดาบ 2 คม เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะได้รับคัดเลือกเข้าทำงาน อย่าสนใจเพียงเงินเดือนหรือสวัสดิการอื่นๆ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า คุณเป็นคนเห็นแก่ตัว คิดถึงตัวเองมากกว่าจะคิดถึงองค์กร ลองให้ความสนใจกับบริษัทก่อน ถ้าคุณได้บรรจุจริงๆ เมื่อถึงตอนนั้นอาจจะเรียกร้องข้อเสนอเพิ่มดูก็ได้ครับ มันไม่สายเกินไปหรอกครับ