ทัชมาฮาล

ทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งรักนิรันดร์ เหนือกาลเวลา เล่าให้ใครฟังก็มีแต่คนอุทาน…แบบนี้ทั้งนั้น นั่นเป็นเพราะ “อินเดีย” ในความคิดของคนที่ไม่เคยไปสัมผัส คือ เมืองที่มีแต่ความวุ่นวาย และกลิ่นอายของแขก ที่แน่นอนว่าคงไม่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่ แต่บอกได้เลยว่าคุณจะลืมความคิดแบบที่ว่านั้นทันทีที่คุณไปถึง “อินเดีย

ทัชมาฮาล อนุสรณ์แห่งรักนิรันดร์เหนือกาลเวลา

มนตราของประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 5,000 ปี แถมยังมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกแบบนี้ นักเดินทางที่มุ่งแสวงหาความหลากหลายของชีวิต ไม่ควรพลาด!

ซุ้มประตูทางเข้าทัชมาฮาล

“2-3 ปีมานี้ ฉันเดินทางเข้าออกอินเดีย มากกว่าไปพาหุรัดเสียอีก” เป็นคำตอบสำหรับบรรดาเพื่อนฝูงที่มักตั้งคำถามว่า ไปอินเดียบ่อยมั้ย…! และเพราะความไปบ่อยๆนั่นเอง ที่ทำให้หลงรักอินเดีย…จนถอนตัวไม่ขึ้น

ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ตั้งใจไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะใช้เวลาในช่วงวันหยุดให้รางวัลกับตัวเอง ด้วยการเดินทางไปเยือน “มหานครแห่งความรัก” ที่ชื่อ “อักรา” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ทัชมาฮาล” หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก…สักครั้ง!

อาหารเช้าแบบแขกๆ บนรถไฟจากสถานีนิวเดลี ในเช้าวันเสาร์ที่แม้จะมีผู้คนค่อนข้าง

วุ่นวาย…แต่เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถไฟในที่ที่จับจองไว้แล้ว โลกส่วนตัวแบบที่คาดไม่ถึงจะตกเป็นของเราทันที ตั๋วรถไฟนั่งชั้น 1 ในราคา 600 รูปี คิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 400 กว่าบาท จัดที่นั่งเป็นสัดส่วนเฉพาะ เก้าอี้ปรับเอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอนได้สบายๆ มีหนังสือพิมพ์ให้อ่าน มีชาร้อนๆเสิร์ฟ พร้อมน้ำดื่มบรรจุขวดปิดสนิทอีก 2 ขวด และอาหารเช้าที่ทำกันสดๆบนรถไฟ จะมีของแถมที่ไม่อยากได้ ก็เห็นจะเป็นบรรยากาศข้างทางรถไฟในช่วงเวลา 7 โมงเช้า ที่บรรดาชาวภารตะทั้งหลาย แปลงกายเป็น “แขกตี้” นั่งเรียงรายหันก้นให้รถไฟกันเป็นแถวๆเท่านั้นแหละ…!

ป้อมอักรา

Agra Cantt Station…อักกะรา…

แคนท์ สะเตชั่น สำเนียงแบบแขกๆปลุกให้ตื่นจากภวังค์ตอนประมาณ 9 โมงครึ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่สถานีปลายทางแต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็พากันลงที่สถานีนี้ แน่นอนที่สุด เรามาถึง “อักรา…มหานครแห่งความรัก” แล้วขยับเป้บนหลัง อย่าตกใจถ้าจะต้องเจอกับผู้คนมากมาย ที่ตะโกนโหวกเหวก ส่วนใหญ่มักเป็นภาษาที่เราฟังไม่เข้าใจ บอกตัวเองดังๆ อย่าลังเล ว่า “ตั้งสติ” แล้วเดินหน้าตรง อย่าเลิ่กลั่กหรือมีพิรุธว่าคุณเป็นคนแปลกหน้าสำหรับที่นี่เป็นอันขาด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วบรรดาไกด์ผีแขก…ทั้งหลายจะเข้ามาล้อมหน้า ล้อมหลัง ทั้งฉุด ทั้งดึง จากคนธรรมดาๆคุณจะกลายเป็นมหาราชา และ มหาราณี ทันที จำไว้ว่าให้พูดคำว่า “โน” อย่างเดียวแล้วรีบพาตัวเองออกจากชานชาลาของสถานีรถไฟให้เร็วที่สุด

หน้าสถานีรถไฟจะมีรถสามล้อและรถแท็กซี่จอดรออยู่เต็มไปหมด ไม่ต้องกลัว เพราะรถโดยสารที่นี่ เป็นบริการของรัฐ มีใบเสร็จให้ ทุกคันต้องเข้าคิวเพื่อรอรับผู้โดยสารตามระบบ ถ้าชอบบรรยากาศสบายๆ แนะนำให้เลือกรถสามล้อ ราคาเหมาเที่ยวทั้งวันในอักรา แค่ 450 รูปี เป็นเงินไทยก็แค่ 300 บาท เอาล่ะ…ได้เวลาตะลุยอักรา…กันแล้ว!

ในเมืองอักรา มีที่เที่ยวสำคัญๆจริงๆแค่ 3 แห่ง 1 ในนั้น คือ “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ ที่พระเจ้าชาร์จาฮาน บางครั้งก็ออกเสียงเป็น ชาห์เยฮัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพระนางมุมตัส มาฮาล พระมเหสี ที่ทรงรักมากที่สุด เมื่อพระนางมุมตัสสิ้นพระชนม์ พระเจ้าชาร์จาฮาน จึงสร้างที่ฝังศพที่ได้ชื่อว่าใหญ่โตที่สุดในโลกขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา

ค่าเข้าชม ทัชมาฮาล ถ้านำพาสปอร์ตไทยไปแสดงจะเสียเพียง 500 รูปี หรือเพียง 350 บาท เหมือนราคาของคนอินเดียตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอินเดีย แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไปจะเสียค่าเข้าชมประมาณ 75 เหรียญสหรัฐฯ แนะนำว่า ควรใช้ประตูทางทิศใต้ในการเข้าชม ทัชมาฮาล เพราะไม่พลุกพล่านเหมือนประตูฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นทางเข้าของบรรดากรุ๊ปทัวร์ต่างๆ อ้อ! อีกอย่าง ทัช มาฮาล ปิดทุกวันศุกร์ จึงต้องเช็กวันให้ดีก่อนเดินทาง

จุดที่วุ่นวายอีกจุดหนึ่ง คือ จุดที่เรียกว่า พาโนรามา พอยต์ ที่เราจะเห็นผู้คนทำมือจับหัวจุกบ้าง แบมือเหมือนกำลังแบกทัช มาฮาล เอาไว้บ้าง บอกกับตัวเองว่า จะไม่ทำท่าแบบนั้นเด็ดขาดเพราะเชย

ลวดลายบนหินอ่อนภายในทัชมาฮาล

การเดินใน ทัชมาฮาล มีพลังอบอวลอย่างบอกไม่ถูก เหมือนที่นี่ถูกสร้างขึ้นด้วยความรัก ลวดลายที่เขียนบนหินอ่อนสีขาว เหมือนรอยประทับแห่งความรักที่ไม่มีวันตาย ด้านหลังทัชมาฮาล เป็นพระราชวังเก่าของราชวงศ์โมกุล ตอนนั่งหลบแดดอยู่หลังทัชมาฮาล จะมองเห็นพระราชวังนี้อยู่ทางด้านขวา และ แม่น้ำยมุนาอยู่ตรงหน้า ออกจาก ทัชมาฮาล มุ่งหน้าสู่ อิต-มัด อุด ดุลลาห์ (Itimad-ud-Daulah) สุสานหินอ่อนเล็กๆสร้างก่อน ทัชมาฮาล ถึง 20 ปี โดยส่วนตัวแล้ว ชื่นชอบงานแกะสลักหินอ่อน และลวดลายต่างๆใน อิตมัด อุด ดุลลาห์ มากกว่า เพราะมีความละเอียดและสวยงาม จาก อิตมัด อุด ดุลลาห์ มุ่งหน้าอย่างไม่มีแผนตรงไปยัง ป้อมปราการอักรา หรือ Agra Fort ซึ่งเป็นที่สุดท้ายที่พระเจ้าชาร์จาฮาน ถูกลูกชายของพระองค์จับมาขังไว้จนสิ้นพระชนม์

อิตมัด อุด ดุลลาห์ หรือ Baby Taj Mahal

สุดท้ายสไตล์คนไทย ต้องไปตลาดถึงไม่ได้ซื้ออะไร ก็ขอให้ได้ไปเดินเพลินๆตา กิจกรรมสนุกๆคือ การต่อรองราคากับแขก มันส์…อย่าบอกใคร ต่อไปเลย 70-80% ไม่ต้องกลัวแขกด่า ถ้าขายได้เขาก็ขาย ขายไม่ได้ก็บ๊าย บายกันไป มองนาฬิกา เวลายังมีเหลือเฟือ คนขับสามล้อใจดีแนะนำให้กลับมาดูพระอาทิตย์ตกเป็นการบอกลาทัช มาฮาล ระหว่างทางเห็นสาวภารตะนุ่งส่าหรี โหนรถสามล้อ ขณะที่ผู้ชายนั่งอย่างสบายอารมณ์ในรถ

นี่ล่ะ…อินเดียของจริง!

คนอินเดีย

รถไฟจากอักรามานิวเดลี ออกตอน 2 ทุ่ม ระหว่างรอรถไฟ รองท้องด้วยไก่ย่างคลุกเครื่องเทศ ที่ต้องบอกว่า หอมมากๆ กับแกงแขกและนาน (Naan) ปิดท้ายด้วย “ไจ” หรือ Chai ชารสเข้มข้นของอินเดีย มีทั้งชาดำ และ ชานม สำหรับสาวมาดเท่…อย่างเราแล้ว ไจดำๆ นี่ละ สุดยอดส์ แก้วละแค่ 10 รูปี อร่อยอย่าบอกใคร

กลับถึงเดลีตอนสี่ทุ่มครึ่ง ร้านรวงตามถนนปิดหมดแล้ว จ้ำอ้าวจากสถานีรถไฟไปโรงแรม ราว 15 นาที เป็นการเดินที่เร็วที่สุดในชีวิต ลาก่อน “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรักนิรันดร์…!!

พระราชวังแห่งราชวงศ์โมกุล