ภาวะกรดไหลย้อน Gastroesophageal Reflux ( GER )

496
กรดไหลย้อน

ภาวะการไหลย้อนที่กระเพาะอาหาร Gastroesophageal Reflux (GER) เกิดจากสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขี้นไปที่หลอดอาหาร ในระหว่างหรือหลังการรับประทานอาหาร หลอดอาหารมีจุดที่เชือมต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหาร และจะมีกล้ามเนื้อรูปวงแหวนทำหน้าที่เป็นประตูเปิดให้อาหารเข้าไปในกระเพาะอาหาร และปิดไม่ให้สิ่งที่อยู่ในกระเพาะไหลย้อนเข้าไปในหลอดอาหาร

gastroesophageal reflux

กล้ามเนื้อนี้มีชื่อเรียกว่า ” กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง ” อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหูรูด อยู่ในจังหวะเปิดทำให้สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีกรดหรือน้ำย่อยไหลเข้าไปในหลอดอาหาร มักเกิดกับทารกและมักจะหายไปเองเมื่อเจริญเติบโตขึ้น มีจำนวนน้อยมากที่มีภาวะนี้อยู่ผู้ใหญ่และเด็กเกือบทุกคนจะมีภาวะการไหลย้อนที่กระเพาะอาหารในปริมาณเล็กน้อยโดยไม่เคยรู้สึก เนีื่องจากสิ่งที่ไหลย้อนนั้นสามารถไหลกลับเข้าไปในกระเพาะอาหารโดยไม่ทำอันตรายต่อหลอดอาหาร อย่างไรก็ตามในเด็กบางรายนั้นสิ่งที่ไหลย้อนมานั้นยังคงอยู่ในหลอดอาหารและทำให้เกิดการอักเสบ ในบางรายที่ภาวะการไหลย้อนไหลขึ้นไปถึงบริเวณปากและลำคอ เมื่อมีการกลืนลงไปอีกครั้งสิ่งที่ไหลย้อนอาจจะไหลผ่านบริเวณด้านหลังของปากซึ่งเชื่อมต่อกับทางเดิน หายใจ ทำให้มีอาการเสียงแหบหรือไอได้รวมถึงอาการต่างๆ ดังนี้

  • ปอดบวมหรือปอดอักเสบบ่อย
  • เสียงแหบแห้ง
  • กลืนอาหารยากและเจ็บ
  • อาเจียน
  • เจ็บคอ
  • น้ำหนักลด
  • เจ็บเสียดบริเวณหน้าอกที่เรียกว่า Heartburn

84563

วิธีการรักษากรดภาวะไหลย้อน

การรักษาขึ้นอยู่กับอาการและอายุของผู้ป่วย แพทย์อาจจะแนะนำให้ทานยาเพื่อลดปริมาณกรดในกระเพาะอาหารในระยะเบื้องต้น

1. ยาลดกรด (antacids) หรืดยาลดการผลิตกรด (H2-blockers) ยาชนิดนี้ช่วยทำให้กรดไม่ไหลย้อนเข้าหลอดอาหาร มักจะใช้ในการรักษาผู้ป่วยเด็กเนื่องจากเป็นยาน้ำ เช่น cimetidine (Tagamet), ranitidine (Zantac), famotidine (Pepcid) และnizatidine (Axid)

2. ยาในระดับที่สอง ยาที่ทำให้หยุดการผลิตกรดในกระเพาะอาหารคือยา ในกลุ่ม proton-pump inhibitors (PPIs) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการผลิตกรดของกระเพาะอาหารหรือไม่มีการผลิตกรดใน กระเพาะอาหารเลย ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงน้อย แต่ก็มีรายงานผลข้างเคียงว่าอาจเกิดการท้องผูก คลื่นไส้ และปวดศรีษะ ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น esomeprazole (Nexium),omeprazole (Prilosec),lansoprazole (Prevacid),rabeprazole (Aciphex) และpantoprazole (Protonix)

3. ยาในระดับที่สาม ยาที่ใช้รักษาภาวะไหลย้อนคือ prokinetic agents ยาในกลุ่ม Prokinetic agents ทำหน้าที่ช่วยทำให้หูรูดกระเพาะอาหารปิดได้สนิทขึ้นเพื่อทำให้ไม่เกิดภาวะไหลย้อน ยาในกลุ่มนี้มักจะใช้ร่วมกันกับยาในกลุ่มที่ 1 หรือยาลดกรด ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ได้แก่ metoclopramide (Reglan),cisapride (Propulsid),erythromycin (Dispertab, Robimycin) และbethanechol (Duvoid, Urecholine)

มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรงในเด็กและผู้ใหญ่จากการใช้ยา metoclopramide และ cisapride ผลข้างเคียงทางจิตคือภาวะสับสนกังวล ท้องเสีย คลื่นไส้ ยาในกลุ่มนี้มีปฏิกริยาระหว่างยากับยาชนิดอื่น ท่านจะต้องแจ้งให้เแพทย์ทราบว่าท่านกำลังทานยาชนิดอื่นอยู่ด้วยหรือไม่ นอกจากการใช้ยาแล้วยังมีวิธีอื่นที่จะใช้ลดอาการที่เกิดจาก ภาวะไหลย้อนได้ โดยการปฏิบัติดังนี้

  • รับประทานอาหารในปริมาณครั้งละน้อยๆแต่บ่อยขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนเข้านอน 2-3 ชั้่วโมง
  • นอนให้ศรีษะให้สูง 6-8 นิ้ว โดยใช้ท่อนไม้รองพื้นเตียงบริเวณด้านหัวเตียงที่ศรีษะนอนทับ การใช้หมอนหนุนให้สูงขึ้นจะไม่ได้ผลมากนักเนื่องจากทำให้ลำตัวพับงอ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม เครื่องดื่มช็อดโกแลต กาแฟ อาหารที่มีไขมันหรือกรดสูง น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว
  • หากอาการไม่รุนแรงนัก การออกกำลังกายโดยการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องก็จะช่วยให้การบีบรัดของกล้าม เนื้อกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น
  • วิธีสุดท้ายที่จะใช้ในการรักษาคือการผ่าตัด