โรคตาแห้ง และวิธีการรักษา โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

198
โรคตาแห้ง

โรคตาแห้ง เกิดจากปริมาณน้ำตาที่มาหล่อเลี้ยงดวงตามีไม่เพียงพอ ทำให้ดวงตาขาดความชุ่มชื่น ซึ่งโรคตาแห้งสามารถเกิดได้ทุกเพศและทุกวัย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จะพบได้บ่อยที่สุด

โรคตาแห้ง และวิธีการรักษา

วิธีการรักษา โรคตาแห้ง

  • กระพริบตาบ่อยๆ การกระพริบตาบ่อยๆ จะทำให้เปลือกตารีดผิวน้ำตาให้มาฉาบผิวกระจกตา ช่วยป้องกันอาการตาแห้งได้ หากเกิดอาการตาแห้งเนื่องจากการจ้องหรือเพ่งตานานกว่าปกติ ควรพักควรพักสายตา โดยการหลับตา กระพริบตา
  • สวมแว่นกันแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง การสวมแว่นกันแดด เมื่อต้องปะทะแดดหรือลม จะช่วยลดการระเหยของน้ำตาให้น้อยลง
  • ผู้ที่ตาแห้งมาก ควรใส่แว่นกรอบพิเศษ ซึ่งเป็นกรอบแว่นที่มีแผ่นคลุมปิดกันลมด้านข้าง โดยแว่นพิเศษนี้จะครอบทั้งดวงตา ทำให้ป้องกันลมได้ หรือใช้ Moist Chamber โดยนำแผ่นซิลิโคนชนิดพิเศษที่ใสบางและนุ่ม นำมาตัดให้เข้ากับด้านข้างของกรอบแว่นตาคู่เดิม
  • น้ำตาเทียม ใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา

ซึ่งน้ำตาเทียมมี 2 ชนิด คือ

  1. น้ำตาเทียมชนิดเจลและขี้ผึ้ง น้ำตาเทียมชนิดนี้ช่วยหล่อลื่นและคงความชุ่มชื้นดวงตาได้นาน มีลักษณะเหนียว หลังจากป้ายแล้วจะทำให้ตามัวชั่วขณะ ดังนั้นควรใช้ป้ายก่อนเข้านอนและใช้ในปริมาณที่น้อย
  2. น้ำตาเทียมชนิดน้ำ ใช้ง่าย ไม่เหนียว และไม่ทำให้ตามัว เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวัน แต่การหยอดน้ำตาเทียมแบบนี้ต้องหยอดบ่อยๆ

การรักษาโดยใช้น้ำตาเทียมนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการตาแห้ง ถ้าหากวันไหนรู้สึกตาไม่ค่อยแห้ง ก็ไม่จำเป็นต้องหยอด แต่หากวันไหนรู้สึกเคืองตามาก ต้องหยอดบ่อย ๆแต่ข้อควรระวังของการใช้น้ำตาเทียมนั้น ควรดูอาการของผู้ที่เป็นโรคตาแห้งก่อนว่า เป็นผู้ป่วยตาแห้งมากหรือน้อย เพราะลักษณะของน้ำตาเทียมจะไม่เหมือนกัน

โดยหากมีป่วยตาแห้งน้อยหยอดตาไม่เกินวันละ 4-5 ครั้ง สามารถใช้ยาหยอดตาชนิดขวดที่มีสารกันบูดได้ แต่กรณีผู้ป่วยที่ตาแห้งมาก และหยอดตามากกว่าวันละ 6 ครั้งจะใช้น้ำตาเทียมชนิดพิเศษที่ไม่มีสารกันบูด (Preservative-Free Tear) ให้ ใช้แทน และน้ำตาเทียมชนิดนี้เมื่อเปิดใช้แล้วต้องใช้ให้หมดภายใน 16 ชั่วโมง หากใช้นานกว่านี้ อาจะเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ดังนั้นควรปรึกษาจักษุแพทย์ดีที่สุด ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาหยอดเอง

  • อุดรูระบายน้ำตา วิธีนี้กับใช้กับผู้ที่มีอาการตาแห้งอย่างรุนแรงเท่านั้น โดยใช้วิธีอุดรูระบายน้ำตาเพื่อขังน้ำตาที่มีอยู่ให้หล่อเลี้ยงตา อยู่ได้นาน ๆ ไม่ปล่อยให้ไหลทิ้งไป เหมือนกับการสร้างเขื่อนกั้นเก็บกักน้ำไว้ใช้

วิธีการอุดรูระบายน้ำตามี 2 วิธี คือ

  1. การอุดรูระบายน้ำตาแบบชั่วคราว โดยสอดคอลลาเจนขนาดเล็กเข้าไปในรูท่อน้ำตา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายตาขึ้น โดยคอลลาเจนจะสลายไปเอง ภายใน 3 สัปดาห์
  2. การอุดรูระบายน้ำตาแบบถาวร ซึ่งวิธีนี้จะใช้กับผู้ป่วยที่มีน้ำตาแห้งมาก แต่ทั้งนี้จักษุแพทย์จะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย